WerawaN さんのプロフィール~:A^o^R:~フォトブログリストその他 ツール ヘルプ
リスト項目が追加されていません。

ThurakijjumnonG WerawaN

職業
所在地
好きなもの/好きなこと
รักการพูดคุยเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้กำลังมองหาสัตว์เลี้ยงตัวใหม่อยู่ ถ้ามีใครใจบุญยกลูกหนูแฮมสเตอร์ รึแกสบี้ก็ได้ให้จะดีใจมั่กๆ (เย้ๆไม่ต้องซื้อแล้ว)
全 11 枚中 1 枚目

~:A^o^R:~

Love is like the wind, you cannot touch it but you can feel it
5月27日

เจาะนิสัยจากสีที่ชอบ

ลองอ่านกันดูนะ ได้มาจากเมลล์น่ะ ตรงกันบ้างไหม?

 

เจาะนิสัยจากสีที่ชอบ

 

คุณรู้รึป่าวว่าเรื่องความเกี่ยวกับสีอะไรนั้น สามารถบอกอุปนิสัยใจคอของเรา และสามารถใช้ทำนายนิสัยของเขาคนนั้นได้อีกด้วย เรียกได้ว่ามีประโยชน์ 2 ต่อ ตามทฤษฎีที่ว่ารู้เข้ารู้เรา รบ 100 ครั้งชนะ100 ครั้ง ขอบอก

ชอบสีแดง

จะเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น  ชอบเรื่องราวที่ตื่นเต้น  โลดโผน  กระชุ่มกระชวย  และขี้เล่นม่ายยอมแก่ง่ายๆ  จะเป็นคนใจร้อน  ถ้าจะรักใครมักตกหลุมรักได้ง่ายแต่ไม่หน่ายเร็ว

ไม่ชอบสีแดง

เป็นคนขี้อายเฉื่อยชา  ชอบอยู่ในโลกส่วนตัว  ไม่ค่อยอยากคบกะใคร  มีเพื่อนน้อย  ที่สนิทจริงๆจะมีไม่กี่คน  มีความรักยาก  แต่ถ้าลองได้รักแล้วล่ะก้อไม่มีทางที่จะเปลี่ยนใจได้เลย

สีเขียว

เป็นคนรักธรรมชาติ  รักอิสระ  รักการท่องเที่ยว  ชอบเกินทางเพื่อแสวงหาสิ่งใหม่ให้กับชีวิต  เป็นคนอ่อนโยน  มีอุดมการณ์ในการดำรงชีวิต  ถ้าหากมีความรักขึ้นมามักจะเป็นรักแบบแฟร์ๆอิสระ  ไม่ต้องมีพันธะผูกพันอะไรกันให้มากนัก

ไม่ชอบสีเขียว

เป็นคนที่ชอบเข้าสังคม  ชอบใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนฝูง  รักความสนุกสนานเฮฮา  ยิ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกะการตื่นเต้นล่ะก้อชอบนัก  และรักการมีชื่อเสียงในด้านต่างๆ   ด้านความรักพร้อมที่จะมอบให้กับทุกๆคนอย่างเหลือเฟือ

ชอบสีฟ้า/สีน้ำเงิน

เป็นคนโรแมนติก  มีจิตใจดี  ชอบช่วยเหลือผู้อื่น  ขี้สงสาร  เป็นคนใจอ่อน  อ่อนหวาน  มีความสุขุมรอบคอบ  เยือกเย็น  แถมรักใครรักจริงเสียด้วยซิ 

ไม่ชอบสีฟ้า/สีน้ำเงิน

มักจะเป็นคนที่ใจคอเด็ดเดี่ยว  ไม่หวั่นไหวกะอะไรง่ายๆ  ไม่ชอบเรื่องราวที่เพ้อฝัน  ไม่มีคำว่าฝันกลางวันอยู่ในจิตใจ  ไม่ชอบของกระจุ๊กกระจิ๊ก  หากคิดจะทำก้อจะทำในเรื่องที่ใหญ่ๆ เรียกว่า เล็กๆไม่ ใหญ่ๆทำนั่นแหละคือสโลแกนของเข้าเลย

ชอบสีเหลือง

มักจะเป็นคนที่ฉลาด  สมองปรากเปรื่องเรื่องรักและความก้าวหน้า  อะไรที่ล้าหลัง  ล้าสมัย  จะไม่เก็ต  ชอบคบกับคนบุคลิกใกล้เคียงกัน  คนที่คิดอ่านไม่ทันเขาก้อจะคบแต่เพียงผิวเผิน  ถ้าคิดจะอินเลิฟกะคนชอบสีเหลืองก้อต้องติวตัวเองเข้มหน่อยล่ะ

ไม่ชอบสีเหลือง

เป็นคนที่เก็บตัว  รักความสันโดษ  ไม่มักใหญ่ใฝ่สูง  ชอบที่จะอยู่คนเดียวทำงานที่ตัวเองรัก  ไม่ชอบประจบประแจง  หากมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ล่ะก้อ  ถือว่ายอดเยี่ยมเลยเชียว  รักใครรักจริง  และเกลียดใครก้อแสดงออกเลย

ชอบสีชมพู

เป็นคนที่อ่อนหวาน  โรแมนติก  รักสวยรักงาม  มีความละเอียดละอ่อน  รักใครรักจริง  ถึงขั้นศรัทธาและบูชาในความรักเอามากๆ  ถ้าหากผิดหวังขึ้นมา  ก้อจะ So Sad  สุดเศร้า

ไม่ชอบสีชมพู

จะเป็นคนขวานผาซาก  พูดจาตรงไปตรงมา  ไม่มีการไว้หน้าอินทร์หน้าพรหมทั้งนั้น  ถ้าหากเห็นความไม่ถูกต้อง  รักความยุติธรรม  ชอบความตื่นเต้นโลดโผนโจนทะยาน  ไม่ชอบอยู่นิ่ง  ต้องเป็นลิงที่ยุกยิกอยู่ตลอกเวลา  หากคิดจะรักใคร  ก้อจะชอบความตื่นเต้นเหมือนกันถึงจะไปกันได้

ชอบสีส้ม

มักจะเป็นที่ร่าเริงแจ่มใส  แต่บางครั้งก้อจะเป็นวัยรุ่นใจร้อนนิดๆ  มีความอ่อนไหวอยู่บ้าง  รักความเจริญก้าวหน้า  และกระตือรือร้นในการศึกษา  หาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอจึงไม่มีคำว่าตกเทรนด์ง่ายๆ

ไม่ชอบสีส้ม

มักจะเป็นคนที่เรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้จึงขี้อาย  ความมั่นใจมีน้อย  ม่ายค่อยจะกล้าที่จะแสดงออกซักเท่าไหร่  ชอบเก็บตัวเงียบ  ชอบอยู่มนโลกส่วนตัวของตนเอง  ไม่ชอบสุงสิงกะใคร  ถ้ามีรักก้อจะรักจริง  รักอย่างหลงใหล  รักอย่างถอนตัวม่ายขึ้น

ชอบสีน้ำตาล

มักจะเป็นคนที่เจ้าความคิด ชอบคิดนู่นคิดนี่อยู่เป็นประจำ  รักของโบราณชอบเรื่องราวเก่าๆ  มีความเด็ดเดี่ยว  ประหยัด  และเงียบขรึม  ต้องการคู่ชีวิตที่มีความเรียบง่าย ไม่หวือหวา

ไม่ชอบสีน้ำตาล

มักจะเป็นคนที่ทันสมัย  ชอบเรื่องราวและเทคโนโลยีใหม่ๆ  ชอบสังสรรค์เฮฮา  และการจับจ่ายใช้สอย  รักสวยรักงาม  ถ้าจะมีความรักมักจะดูที่รูปร่างหน้าตาก่อนเป็นอันดับแรก

ชอบสีม่วง

มักจะเป็นคนที่ลึกลับ  อ่านใจยาก  เก็บความรู้สึกเก่ง  ชอบอิสระ  มีอุดมการณในการดำรงชีวิต  รักใครรักจริง  แต่ม่ายใช่รักอย่างลุ่มหลงถึงขั้นขาดเธอแล้วจะขาดใจ  กินไม่ได้  นอนไม่หลับ

ไม่ชอบสีม่วง 

มักจะเป็นคนร่าเริงแจ่มใส  เปิดเผย  เข้ากับได้ง่าย  แต่ว่าขี้ใจน้อย  มีอารมณ์อ่อนไหว  แถมยังโกรธง่าย  ขี้แย  ชอบให้คนอื่นเอาอกเอาใจอยู่ตลอกเวลา  ถ้าจะมีรักมักจะถนอมรักเอาไว้  ไม่ค่อยจะได้เหตุจากอารมณ์และลักษณะนิสัยของตัวเอง

ชอบสีเทา

มักจะเป็นคนที่ใจคอหนักแน่น  มั่นคงม่ายวอกแวก  มีความประหยัดไม่ฟุ้งเฟ้อ  ไม่ชอบการสมาคมรักสันโดษ  ชอบความสงบเงียบมากกว่าเรื่องราวที่ตื่นเต้น  หวาดเสียว  หากรักใครแล้วจะยึดมั่นกับความรักไม่มีเปลี่ยนแปลง่ายๆ

ไม่ชอบสีเทา

มักจะเป็นคนใจร้อน  ขี้หงุดหงิด  แต่ชอบเรื่องราวที่สนุกสนาน  ตื่นเต้น  ไม่อยู่นิ่ง  อารมณ์ขัน  ขอบคบหาคนมากๆ  แถมพูดจาอ่อนหวาน  มีเสน่ห์ต่อคนที่อยู่ใกล้  หากคิดจะรักใครมักจะเป็นแบบเผื่อเลือก

ชอบสีดำ

คนที่ชอบสีนี้ค่อนข้างจะดื้อ  เชื่อในความคิดเห็นของตัวเองเป็นส่วนใหญ่  ไม่ชอบฟังความคิดเห็นจากใครๆ  ชอบเรื่องราวที่ตื่นเต้นลึกลับ  รักความก้าวหน้า  ชอบการค้นคว้าสรรพาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ

ไม่ชอบสีดำ

มักจะเป็นคนอ่อนหวาน  ขี้อาย  ขี้กลัว  แต่มีความโรแมนติกชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว  บูชาความรักเอามากๆ  รักใครก้อรักจริง  เป็นคนที่เสียสละเพื่อคนรักได้ทุกอย่าง

ชอบสีขาว

มักจะเป็นคนที่รักความสะอาด  เป็นคนดูแลเอาใจใส่ต่อสุขภาพ  ใจเย็น  โรแมนิก  รักศิลปะทุกแขนง  รักบทเพลงและบทกวี  ขอบช่วยเหลือผู้อื่น  มีรักมั่นคง  รักเดียวใจเดียว

ไม่ชอบสีขาว

มักจะเป็นคนที่มีใจคอหนักแน่นมั่นคง  ขวานผ่าซากพูดจาไม่เกรงกลัวไม่เกรงใจ  ค่อนข้างมักง่ายและใจร้อนวู่วาม  จนอาจส่งผลเสียให้ตัวเองและคนรอบข้างได้  ถ้ามีรักมักจะมีแบบฉาบฉวย  ไม่เอาอกเอาใจ  อยากจะอยู่ก้ออยู่  ถ้าอยากจะไปก้อไปไม่มีการคัดค้าน

 

5月5日

ต่างภาษารัก

ห่างหายจากการพูดถึงหนังสือไปนานพอสมควร วันนี้จะกลับมาเริ่มใหม่

ใช่ค่ะ ชื่อเรื่อง "ต่างภาษารัก"

ถ้าจะถามว่ามันต่างตรงไหนเหรอ ก็บอกได้เลยว่า ไม่รู้เหมือนกัน 555 ต้องค่อยๆคิดเอาเอง

อันนี้คือรูปหน้าปกค่ะเอามาจากเว็บนายอินทร์ 

  

รูปเล่ม+หน้าปกก็สวยดี แต่หนาจังแฮะ นิยายเล่มนี้มีความหนา 706 หน้าค่ะ

แต่รับประกันได้ว่าสนุกๆเนื้อหาน่ารักๆ จะเป็นเรื่องวุ่นวายของ 2 ฝาแฝด สาวสวย

โดยมีปมอยู่ที่ 1 หนุ่ม ผู้แสนดีเป็นจุดทำให้เกิดเหตุการณ์พลิกผันค่ะ

     นี่เลยค่ะอันนี้เป็นคำแนะนำหนังสือที่ทางเว็บนายอินทร์เค้าบอกไว้ "เรื่องราวความรักของฝาแฝดสาวสวยที่เข้าขั้นอลหม่าน อันเนื่องมาจากความเหมือนกันมากด้านรูปร่างหน้าตาแต่ก็ต่างกันสุดขั้วด้านอุปนิสัยใจคอ งานนี้ผู้เขียนต้องการจะพิสูจน์ให้เห็นว่า...จริงๆ แล้วมนุษย์ปุถุชนนั้น พอใจและมีความสุขที่จะอยู่กับคนที่ตนเองพอใจรูปลักษณ์ภายนอกนั้นเกือบไม่มีความหมายเลย"

     ส่วนนี่เป็นคำแนะนำนิดหน่อยจากเราเอง...เล่มนี้เป็นเรื่องที่ 3 ของคุณจันทร์ ศรีจรูญ แอนเดอร์สัน สำหรับนิยายในชุดนี้ ก่อนหน้านี้ 2 เล่ม มีเรื่อง "นางพิม" กับ "เชยผกา" ชื่อเรื่องอาจฟังดูเชยๆ แต่เนื้อหาค่อนข้างเข้มข้นนะสำหรับความคิดของเรากับนิยายไทย เรื่องนางพิมพ์ เป็นเรื่องของพิม ซึ่งเราคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นศูนย์กลางของเรื่องชุดนี้ (แล้วก็เพราะมันเป้นเล่มแรกด้วยแหละ) ส่วนเชยผกา เป็นเรื่องของลูกชายของพิม สำหรับต่างภาษารักเป็นเรื่องที่เกิดก่อน เรียกได้ว่าเป็นยุคของคุณย่าทวดของพิม ความสัมพันธ์ของตัวละครช่างซับซ้อน ต่างภาษารักแม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน แต่ว่า เขียนทีหลังเพราะงั้นเนื้อหาก็ดูจะทันสมัยกว่า แม้อ่านไปแล้วจะรู้สึกขัดถ้ามองตามลำดับเหตุการณ์ก็ตาม ... ก็คิดดูสิ ตอนนางพิม ยังเขียนจดหมายถึงกันอยู่เลย แต่เรื่องต่างภาษารักมีมือถือและส่งe-mail หากันแล้ว...

     เข้าเรื่องกันดีกว่า เรื่องมีอยู่ว่า มีแฝดอยู่ 2 คน ชื่อเพื่อน กับแพง โดยมีคอนเซปต์ว่า "เพื่อนแข็งแรง แพงไม่แข็งแรง" ประโยคนี้เป็นตัวผลักดันให้ เกิดเรื่องราวทั้งหมด ทำให้เพื่อนตัดสินใจเสียสละเพื่อน้อง และจากบ้านไปหาสิ่งที่ท้าทายกว่า และจุดเปลี่ยนอีกจุดคงเป็นความอ่อนหวาน ใจดีรักเด็ก เรียกว่าคุณสมบัตินางงามของแพง ที่อยากเห็นหลาน (ลูกของเพื่อน) เลยมาเล่นสลับตัวกันเพื่อที่แพงจะไปหาหลานในมาดของเพื่อน (มันมีความจำเป็นบางอย่างที่ทำให้ทั้ง 2 คนมาอยู่ด้วยกันอย่างปกติธรรมดาไม่ได้) ต้องแอบไปพบกัน ต้องเปลี่ยนตัวกันเพื่อที่จะมาเจอกะลูก(ของเพื่อน) และเพราะการสลับตัวกันโดยไม่มีใครรู้ของ 2 สาวนี่เอง ทำให้เกิดเหตุการณ์มากมายวุ่นวายตามมา...

ส่วนตัวแล้วชอบเรื่องนี้นะ เพราะตามอ่านมาตั้งแต่ตอนลงเป็นตอนๆในขวัญเรือน

แล้วเราไม่ได้อ่านนิตยสารนี้เป็นประจำ ก็รอใจจดจ่อว่า เมื่อไรถึงจะรวมเล่ม แล้วก็มาถึงงานหนังสือปีนี้ในที่สุดเย้ๆ

แล้วยิ่งรู้ว่าเป็นเรื่องปมหลังของนางพิมยิ่งชอบใหญ่ อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้รู้ว่า

การที่คนนั้นในเรื่องนางพิมเป็นแบบนั้น เพราะเกิดจากอย่างนี้ในเรื่องต่างภาษารักนี่เอง ...

เช่น มีคนนึงดูแกออกนิสัยไม่ดี (เรียกได้ว่าเลว) ทำตัวเป็นผู้มีอำนาจ ก็เพราะตอนเด็กๆ คนนี้โดนสปอยล์สุดๆ เป็นหัวโจกมาตั้งกะเด็กนี่เอง

สรุปแล้ว เนื้อเรื่องน่ารัก ... แต่เอาอีกแล้ว นักเขียนคนนี้ เขียนแบบนี้อีกแล้ว เมื่อคราวนางพิมก็ทีนึงแล้ว แรกๆก็ตะหงิดๆนะ ทำไมนางเอกต้องไม่ได้อยู่กะพระเอกแค่คนเดียวด้วยล่ะ ทำไมนางเอกต้องไปอยู่กะอีกคนนึงด้วย คุณจันทร์เค้าจะเขียนให้มันซอฟท์กว่านี้ไม่ได้เหรอ แต่ก็อย่างว่าอ่ะนะ ถ้าไม่เป็นแบบนั้นแล้วปมต่างๆ เรื่องราวต่อมาก็คงไม่เกิด แต่เรารับได้นะ เพราะทุกๆอย่างมันมีเหตุผลในตัวของมัน ไม่ใช่เหตุผลแค่ว่านางเอกใจง่าย ลองไปหาอ่านกันดูนะ...มาขอยืมก็ได้แต่ห้ามทำยับ!


3月4日

ท่องไปใน 1 วัน จัตุจักร+สยาม

แหะๆ ติดลมนะ ต่อจากเมื่อวานนี้เลยละกัน นานๆอัพทีเลยชักติดอีกซักรอบ (แต่อย่าคาดหวัง เพราะคาดว่าจากวันนี้คงอีกนานกว่าจะมาอัพอีก)
วันนี้ตื่นแต่เช้า (ตรงไหน?) นัดกะขวัญเอาไว้ 11 โมงที่ สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช แบบว่าบอกเจ้ากบน้อยไว้ว่า ขอเราดูทีวีจบก่อนค่อยออกนะ รายการที่รอดูจะมาตอน 7.30 แล้วจะจบประมาณ 8.30 (รายการ hello morning rerun นั่นเอง) แต่ปรากฎว่า ตื่นมาก็ 8 โมงก่าๆ เลยครึ่งไปแล้ว 555 ตื่นสายอ่ะ อดดูเลย
 
แล้วก็ไปเจอกัน... เดินๆ อยู่ดีๆ กำลังเม้าท์กันได้ที่ อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายฟังดูคุ้นๆเรียก "อ้อๆ" หันหลังไปทีแรก ไม่มีใครนี่หว่า ก็ไม่สนใจ เดินเม้าท์ต่อ มันมาอีกแล้ว "อ้อ" คราวนี้หันไป เจอหน้าคุ้นโผล่ออกมาจากร้านขายเสื้อผ้า อ้าว...เบนซ์นี่เอง 555 เจอกันได้ไงล่ะเนี่ย แบบว่า ไม่เคยคิดมากือนว่าจะมาเดินเจอเพื่อนที่ jj แบบไม่ได้นัดกันล่วงหน้า
 
ไอ้คุณเบนโซ่บอกว่า เราอ่ะรู้เลยอ่ะว่าเป็นอ้ออ่ะ ได้ยินเสียงก็แบบว่าใช่เลยอ่ะ ... เอ...ดิชั้นควรจะดีใจดีไหมเนี่ยที่เพื่อนจำเสียงได้แม่นขนาดนั้นเนี่ย
ตอนนั้นเป้นตอนที่กำลังเม้าท์ได้ที่มากๆ กำลังคุยกะเจ้ากบแบบพีคๆพอดีเลย ไม่งั้นถ้าเดินผ่านเบนโซ่ตอนที่ไม่ได้คุยกันเนี่ย วันนี้ทั้งวันก็คงไม่ได้เจอกัน
เพราะเบนซ์บอกว่า "เนี่ยเรากะว่าพอซื้อกางเกงตัวนี้เสร็จแล้ว ก็จะไปเซนทรัลแล้วอ่ะ" ก็ถ้าไม่เจอกัน(เพราะเสียงของดิชั้นเอง) เบนซ์ก็จะไม่เดิน jj ต่อแล้ว
 
สรุปก็กลายเป็นว่า เดอะแก๊งวันนี้จาก 2 สาวก็กลายเป้นมีสมาชิกเพิ่มอีก 1 หนุ่มหุหุ ท่านเบนซ์มันพูดว่า นี่ไง เหมือนเมื่อวานนี้เลย ไอ้เราก็งงๆ เหมือนยังไงวะ
เบนซ์มันว่า "เมื่อวานนี้มีพระสงฆ์มาชุมนุมกันโดยมิได้นัดหมาย วันนี้ก็มีเรา 3 คนมาเจอกันโดยมิได้นัดหมาย 555" ซะงั้นอ่ะเพื่อน
เดินกันวันนี้ ถึงกะขาลากกันเลยทีเดียว มาราธอนสุดๆ เนื่องจากดั๊นมาเจอกันแท้ๆ เพราะ เดินกันตั้งแต่เที่ยงได้มั้ง แล้วก็เดินๆ เดินกันซะทั่ว jj เลย ได้สมบัติมาเยอะแยะ แต่ของที่อยากได้จุดประสงค์อยากจะตัดแว่นอันใหม่ สุดท้ายก็ไม่ได้แว่นอ่ะเหอๆ
 
พอเสร็จจาก jj ตอนประมาณ 4 โมงได้มั้ง ก็ไปต่อกันสยามค่ะ หุหุ 3 คนนี่เดินทนจริงๆ แต่ไปสยามกันในสภาพหมดแรงกันทั้ง 3 คนเลย ก็เดินวนๆกันได้หน่อย ก็ได้นั่งกินมื้อเย็นล่ะมั้ง ที่ร้าน noodle ร้านนี้ไม่เคยกินแฮะ อร่อยดีเหมือนกัน แต่ทุกคนก็คิดเหมือนกันว่า มันอร่อยจริงหรือว่าเราหิวกันนะ เหอๆ
 
สรุปว่ามา สยามก็ได้ช๊อปกันอีกคนละนิด หมดตัวไปเท่าไรแล้วเนี่ย แล้วแว่นตาก็ยังไม่ได้อยู่ดี พร้อมกับการกลับบ้านโดยไม่ได้แว่นตา 555
ขากลับก่อนขึ้นรถไฟฟ้า หิวน้ำอ่ะ ก็เลยแวะซื้อน้กที่หน้าสถานีก่อน (ก็ร้านน้ำโออิชินั่นแหละ) เบนโซ่ถามว่า เอาเข้าไปกินได้ด้วยเหรอ เราก็ยิ้มๆแล้วก็บอกว่าได้สิ เราทำบ่อย หุหุ แล้วก็มองหน้าขวัญขำๆ มีแอบระลึกความหลังเมื่อครั้งเรียนพิเศษสยามกัน ตอนนั้นมาคิดก็ตลกตัวเองอ่ะ ก็อารมณ์แบบว่า ทำไมถึงกินในรถไฟฟ้าไม่ได้อ่ะ ก็จากินอ่ะ อยากกินชาไข่มุกตอนกลับบ้านนี่นา ทำไงดีๆ ก็ซื้อชาไข่มุกร้าน mr shake กัน เอาแบบยังไม่เจาะ ให้เค้าใส่ถุงไว้ให้ แล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้าไป พอได้นั่งปุ๊บ ประตูปิด ก็เปิดถุง เอาชามาเจาะกินกันเลย 555 เหมือนเด็กแอบกินขนมเลยอ่ะ (ก็แอบกินจริงๆนั่นแหละ) เวลารถไฟเปิดประตูตามสถานี ก็แอบดูกันว่า นายสถานีเค้าจะมาว่าเราไหมน๊า...วันนี้ก็ทำเหมือนวันนั้นเลย ใส่ถุงไว้ แล้วพอเข้าไปในรถไฟฟ้าประตูปิด เราก็หาที่ยืนให้มั่น แล้วก็เปิดฝาขวดดูดน้ำกันทันที หุหุ
 
ไปสยามกันวันนี้มีเรื่องความหลังตลกๆตั้งหลายอย่างอ่ะ จำได้แม่นเลยตอนจะเลือกร้านอาหารวันนี้ พูดถึงร้าน noodie ด้วย เพราะชื่อคล้ายๆร้าน noodle
บอกเบนโซ่ว่า ร้านนู๊ดดี้ เนี่ยเคยกินเพราะคุณนายขวัญเลย ตอนนั้นขวัญชวนมากินเนื่องจากว่า อยากกินกั๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ๆ กับช้อนคันใหญ่ๆอ่ะ ดูมันดิเหตุผลมีแค่เนี๊ย เจ้ากบว่าเห็นคนอื่นเค้ากินแล้วมันใหญ่ดีดูน่ากินเลยอยากลองมั่ง อิอิ
 
พอกลับถึงบ้านวันนี้ แปลกใจมากเพราะไม่มีใครอยู่บ้านเลย แต่กลับเจอหมาหน้าคุ้นๆที่ไม่ควรจะอยู่บ้านเรา มาอยู่ในบ้าน อ่านแล้วอาจจะงงๆ ก็คือเจ้าโอรีโอ้ ชิทสุห์ หน้าประหลาดวิ่งมาหาหน้าตาเลิกลั่ก แอบงงเล็กน้อย แล้วแม่มันไปไหนฟระ เจ้าโอ้เนี่ยเป็นหมาของน้องลูกอาค่ะ แล้วมันมาบ้านเราได้ไงล่ะเนี่ย ถามุคณแม่บ้านของดิชั้นก็ได้ความว่า พ่อกะแม่ไปส่งน้องที่บางแสน แล้วอาก็มาพาย่าไปกินข้าวที่เซนทรัล โดยทิ้งเจ้าโอ้เอาไว้ที่บ้าน กอหญ้าเอ๋ย อยู่ในบ้านกะหมา 2 ตัว ตัวนึงอยู่ในบ้านคอยวิ่งเลียขา แล้วก็กัดรองเท้าผ้าของท่านย่า กะอีกตัว เจ้าลูกหมอนที่พอเห็นเราเข้าบ้านแล้วไม่ยอมปล่อยมันออกจากกรง ก็จะร้องครวญครางงี๊ดๆ ให้ปล่อยนู๋ออกไปเถอะ ปวดหัวน่าดูเชียว เพราะต้องคอยร้องตวาดให้เจ้าหมอนเงียบๆไม่ต้องร้อง กะคอยห้ามเจ้าโอรีโอ้ ให้มานั่งใกล้ๆอย่าไปกัดรองเท้า วุ่นวายน่าดูทีเดียว >.< ช่วยด้วย
 
และแล้วสงครางมก้เริ่มสงบลง เนื่องจากเจ้าลูกน้อยสายสมรร้องจนเหนื่อยเงีบไปแล้ว แล้วเจ้าโอ้ตัวจิ๋ว มีเป้าหมายใหม่ผละจากรองเท้าของย่า ไปหาถุงก๊อบแก๊บแทน เฮ้อ และแล้วความสงบสุขก้เริ่มมาเยือน พร้อมๆกับสมาชิกแต่ละคนเริ่มทยอยกลับบ้านมา และแล้ว พอทุกคนกลับมา หมา 2 ตัวก็มีความสุข ตัวนึงได้เจอแม่มัน มันไม่มาเลียเราอีกแล้ว มันไปเลียแม่มันแทน (แม้เจ้าโอ้ คือน้องเรานั่นเอง) ส่วนลูกหมอน พอทุกคนกลับบ้านมาไม่มีรถเข้า-ออกไม่ต้องเปิดประตูแล้ว ก็จะได้เปิดประตูกรง ให้ออกมาวิ่งเล่นตามปกติได้ก็ไม่ต้องร้องงี๊ดๆอีกแล้ว เย้ๆ และข้าพเจ้าก็อัพบล๊อคเสร็จพอดี ย๊าฮู้
 
อยากอาบน้ำแล้วล่ะ วันนี้อัพเท่านี้พอเนอะอืม...ยังไม่ยาวเท่าไร พออ่านไหวน่า ค่อยๆอ่านกันไปน๊า เพราะอีกนานกว่าจะมาใหม่ อิอิ
3月3日

ปัดฝุ่นๆ บล๊อกร้อนๆมาแล้วจ้า

เอาล่ะค่ะ ได้ฤกษ์ปัดฝุ่นกันซะที กับบล๊อกร้างๆแห่งนี้ ไม่ได้อัพเดทมาจะปีแล้ว เพาะรู้สึกว่าอัพเดทล่าสุดจะเป็นตอนเข้าทำงานใหม่ๆ ตอนนี้ทำงานมาได้ 8 เดือนแล้วสินะ แป๊บดียวเองจะปีแล้วเหรอเนี่ย...
 
ช่วงนี้อืม ก็เรื่อยๆนะ ไม่มีอะไรใหม่มั้ง ... จะว่าไปก็มีนะ เดี๋ยววันที่ 17 มีนาคม วันเสาร์ ที่ทำงานจะมีแข่งโบว์ลิ่งการกุศลกัน ไปโยนกันที่ สยามพารากอนล่ะ รุ้แล้วก็เงียบๆกันไว้ไม่ต้องแห่ไปดูกัน กอหญ้าลื่นล้มน่ะไม่น่าดูนักหรอก แถมยังจะไปช่วยเค้าล้างท่อให้สะอาดเอี่ยมอีกตะหาก รางวัลบู้บี้นะ ก็รอลุ้นกันอยู่ว่าจะเป็นของทีมเราไหม
 
เค้ามีให้ตั้งชื่อทีมด้วยล่ะ คุณชายแก๊บเสอนว่า "หมีแพนด้า หมีแพนด้า" เอ่อ ชื่อนี้ดีจริงๆหรือเนี่ย แต่ว่าก็ลงสมัครไปด้วยชื่อนี้ล่ะ อืมมีเรื่องให้แปลกใจอีกเรื่องนึงก็คือวันก่อนพี่เอก call center พาเพื่อนร่วมทีมมารู้จัก พอมองๆ เอ...ทำไมคนนี้หน้าคุ้นๆหว่า แล้วเค้าก็มองหน้าเราแปลกๆเหมือนกัน ซักพักผู้หญิงหน้าคุ้นคนนั้นก็พูดออกมาว่า "อ้อใช่ไหม" อ้าวเฮ้ย นั่นมันเพื่อนเรานี่หว่า ก็ว่าทำไมหน้าคุ้นๆ เพื่อนคนนี้ไม่ได้เจอกันนานมากก็คือ ส้ม สุภาพร ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมาเจอเพื่อนเซนโยที่ mizuho นี่ แต่จะว่าไปก็เจอเด็กเซนโย 2-3 คนแล้วนะเพียงแต่ไม่ใช่รุ่นเดียวกันเท่านั้นเอง หุหุ สรุปว่าในทีม 5 คน มีเรา แก๊บ พี่เอก ส้ม เอ...แล้วใครอีกคนนึงหว่า... วันแข่งจริงก็คงรู้เองล่ะมั้ง เหอๆ
 
วันนี้จะมาชักชวนไปเที่ยวกันเถอะ เจ้าภัทรอีกแล้ว หัวหน้าทริปครั้งนี้(ก็ไอ้พัดจัดทุกทีอ่ะ) คราวนี้ไปลาวนะ เมืองหลี่ผี
จะไปน้ำตกพรพระเพ็งกัน เค้าว่าเป็นไนแองกาล่าลาวนะ ก็ลองไปดูกันว่ามันจะสวยแค่ไหน จริงๆแล้วเราเองเคยเห็นแล้วนะ (ในทีวีน่ะ) ก็น่าจะสวยนะ
ทริปฉุกละหุกคราวนี้มีสมาชิกแน่นอนอยู่ 4 คน คือ กอหญ้า พัด แอน แล้วก็กบน้อย คนอื่นๆเหรอคะ ยังไม่มีใครคอนเฟิร์มนะมีอยู่ 3 คนนี่ล่ะที่คอนเฟิร์มแล้วว่าไปชัวร์ ส่วนไอ้พัดนอนรอสบายอยู่ที่อุบลโน่น
 
ทีแรกคาดกันว่าจะไป 24-25-26 คือลางานวันจันทร์ 1 วัน แต่พอดี26 แอนไม่ว่างอ่ะ เลยคิดว่าคงจะเปลี่ยนเป็น 23-24-25 แทน เปลี่ยนเป็นลางานวันศุกร์แทน นั่งรถทัวร์ไปอุบล แล้วต่อรถจากอุบลเข้าเมืองลาวกันค่ะ คงต้องรอกลับมาจากเที่ยวก่อนถึงจะเล่าให้ฟังได้ว่าเป็นยังไงบ้าง
 
เที่ยวต่างประเทศ อ๊ากๆ...โรคอยากเที่ยวเริ่มเกาะกิน ตั้งแต่ทำงานมายังไม่ได้ไปเที่ยวกันเลยนะ กะที่บ้านน่ะ ปกติ ปิดเทอมทีก็เที่ยวกันที เพื่อนๆก็มีทักบ้างเหมือนกันว่า แกไม่ไปเที่ยวไหนเหรอ อืม...ก็ตอนนี้ต่อมท่องเที่ยวของแม่เริ่มทำงานแล้ว ก็คาดว่าไม่เกินปีนี้คงได้ไปกัน (ปีนี้ก็ยังเหลืออีกตั้ง 10 เดือนแหนะ)
 
...ไม่ได้เขียนนานๆนี่ก็หมดมุขได้เหมือนกันนะ ตอนนี้ก็มีอย่างอื่นมาจูงใจมากกว่าการอัพบล๊อคแล้วล่ะ หุหุ ทีวีกำลังสนุกเชียว ขอตัวไปดูทีวีก่อนดีก่าเนอะ แล้วถ้าคราวหน้ามีโอกาศเหมาะๆ (อาจจะปีหน้า 555) จะมาอัพใหม่น๊า
 
ปล.พรุ่งนี้จาไปท่องเที่ยวตามประสาสาวๆล่ะ นัดกะเจ้ากบน้อยไว้ จาไปท่องเที่ยวกัน 2 คนที่ jj จ้า
7月11日

งานหนังสือเด็ก 6-11 ก.ค. 2549

หลังจากห่างหายการเขียนบล๊อกไปนาน (มาก) จริงๆก็มีหลายเรื่องอยากเขียนนะ แต่ก็...ลืมมั่ง ขี้เกียจมั่ง นอนมั่งทุกที (ก็เป็นยังงี้ทุกที)

 

ตอนนี้ทำงานก็มีงานทำแล้วล่ะอะไรๆก็(คิดว่า)น่าจะเริ่มเข้าที่(มั้ง) ยกเว้นก็แต่เรื่องง่วงนอน ไม่รู้ทำไมแก้ไม่หายซะที ไม่มีวันไหนที่ไม่ง่วงไม่หาว แต่ก็เอาเถอะนะแหมพวกพี่ๆเค้าก็ยังง่วงกันเลย (แอบพี่คนโน้นคนนี้นั่งหลับอยู่บ่อยๆเหมือนกัน...แล้วก็แอบชวนชี้ให้แก๊บหันไปดู...แล้วแก๊บก็ว่า เราก็เห็นอ้อนั่งหลับเหมือนกัน 555) ที่บอกไว้ว่าที่แผนกกำลังรับคนเพิ่มผ่านไปเดือนกว่าก็ยังไม่มีมาซะที (ได้ยินว่าจารับกันเยอะด้วยสิ ถ้าสาวๆ (หนุ่มๆเค้าไม่รับนะเพราะที่แผนกมีผู้ชายเยอะแล้ว) คนไหนอยากมาอยู่ด้วยกันล่ะก็ร่อนใบสมัครมาได้เลยนะ...จะได้มีเพื่อนมานั่งหลับด้วยกันเหอๆ

 

ช่วงนี้ก็มีโน่นนี่เยอะแยะแต่ก็พอถึงเวลาเขียนทีไรก็ลืมนึกไม่ออกทุกที นึกได้แต่เรื่องล่าสุดก็เมื่อวานนี้ไปงานสัปดาห์หนังสือเด็กมา บอกว่าหนังสือเด็กแต่ก็มีหนังสือผู้ใหญ่ขายด้วยนะ ไม่ต่างกะงานหนังสือใหญ่ทุกๆปีหรอกเพียงแต่มีร้านหนังสือมาออกบูทน้อยกว่า แล้วก็คนน้อยกว่า (ชอบตรงนี้แหละ) ส่วนโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมเนี่ยก็แตกต่างกันออกไป (แต่เราว่ามันก็ลดราคาพอๆกันนะ แถมบางบูทยังดูจะลดมากกว่าด้วยซ้ำ) ก็ไปงานนี้ปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วล่ะปีก่อนไปก็คนน้อยดีเหมือนกันชอบๆเดินสบายดี ที่ไปคราวนี้ไปด้วยความมุงมั่งจะไปเอาหนังสือออกใหม่ใน series ที่อ่านอยู่แต่พอไปถึงงานก็เหลือบไปเห็นหนังสือของดวงตะวันลด 50% ตั้งหลายเล่ม(แต่เป็นเรื่องเก่าน่ะ) เลยเสียเงินเยอะกว่าที่ตั้งใจเอาไว้เพิ่มอีกนิดหน่อย เหอๆกะเรื่องนิยายทีไรทำไมเสียเงินเยอะทุกทีก็ไม่รู้สิน่า

 

เล่มที่ตั้งใจไปซื้อก็คือเรื่อง unleash the night เล่มแปลไทยล่าสุดของชุด dark-hunter เหอๆเล่มนี้เมื่อเดือนที่แล้วพึ่งจะซื้อภาษาอังกฤษมายังอ่านไม่จบเลย ได้ภาษาไทยมาก็อ่านจบไปก่อนซะแล้ว แต่ที่กำลังอยากได้ใหม่ก็คือ dark side of the moon เล่มล่าสุดในชุดนี้เป็นภาษาอังกฤษพึ่งออกวางแผงล่อตาล่อในมากๆ แต่ก็ไม่ได้ซื้อเพราะวันนั้นที่เห็นที่ร้านคิโนคุนิยะมันเป็นฉบับปกแข็ง (ราคาแพงกว่าปกอ่อนเท่าตัวซื้อไม่ลงจริงๆ) ไว้รอมันมีปกอ่อนออมาก่อนละกันนะ สำหรับฉบับแปลไทยนี่คงต้องรอไปอีกน๊านนาน แต่ก็ดีนะมีเวลาให้ได้เก็บตังค์ก่อน ง่าใครสนใจจามายืมก็บอกละกัน...

 

วันก่อนที่ทำงานมี English placement test เป็นper-test ก่อนจาส่งไปเรียนมีสอบสัมภาษณ์ด้วยล่ะ ฝรั่งที่มาสัมภาษณ์หล่อดีอ่ะ 555 แล้วผลสอบก็ออกมา ทีแรกยังคุยกะแก๊บเลบว่า "หวังว่าผลคงจะไม่ออกมาเป็น elementary นะ เพราะถ้าโดนเรียน elementary จะเรียนอังคารกะพฤหัสอ่ะเดี๋ยวกลับบ้านไม่ทันดู morning musume" แล้วผลก็ออกมาว่าได้เรียน class pre-intermediate ก็เป็นจันทร์กะพุธไป ก็โอเคอ่ะ แต่ถ้าเริ่มเรียนก็กลับบ้านดึกล่ะทีนี้ เวลานอนของเราก็จะลดน้อยลงอีกล่ะสิเฮ้อ

 

เขียนไปเขียนมาก็ชักจะยาว จริงๆแล้วอยากเขียนอีกแต่เอาเท่านี้ก่อนละกันเนอะ (เขียนยาวทีไรมีคนบ่นทุกที) ไว้รอเสาร์หน้าถ้าไม่ขี้เกียจจะมาเขียนใหม่ให้ดูเป็นเรื่องเป็นราวซะหน่อย (อย่าเชื่ออะไรมากเสาร์หน้าอาจจะเป็นเดือนหน้าก็ได้)

 

ปล.ลืมจริงๆด้วยล่ะ วันก่อนมือถือหายอ่ะ ไม่ต้องดีใจแทนเรากันนะไอ้เครื่องที่หายมันไม่ใช่โนเกีย8250 ที่เพื่อนหลายคนนึกว่าเครื่องนั้นหายโทรมาแสดงความยินดีกันใหญ่ เครื่องที่หายคือโซนี่T630 ที่พี่กวงให้มรดกมาตะหาก แป่วๆเลย ตอนนี้เลยกลับมาสู่8250ตามเดิม ดีนะเนี่ยที่เครื่องนี้มันยังใช้ได้ ยังไงก็อย่างที่ส่งเมลล์ไปให้(อ่านกันรึเปล่า)ถ้าใครว่างก็โทรหากันหน่อยส่งเสียงมาบ้างจาได้เมมเบอร์เอาไว้ ส่วนเบอร์เราก็09-121-8380 เบอร์เดิมๆกะเครื่องเดิมๆ

5月29日

ทำงานทำการกะเค้าซะที

รู้สึกว่าไม่ได้เขียนนานแล้วใครๆเค้าก็ขยันอัพกันเลยว่าอัพกะเค้ามั่งก็ดีเหมือนกันเนอะ
แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรดี เหอๆ เอาเป็นว่าเล่าสั้นๆก็พอเนอะ
อืม ช่วงนี้ก็ได้แล้วล่ะนะงานน่ะ มีงานทำกะเค้าซะที
ก็ไม่ได้ทำที่ไหนไกลหรือห่างไกลเพื่อนฝูงแต่อย่างใด
สถานที่ทำงานก็อยู่ในแถบยอดฮิตคือสาธร
เพื่อนฝูงก็รู้สึกว่าทำงานกันแถบนั้นหลายคนอยู่
ตอนนี้ก็มีแอน หลิง พลอยและ แก๊บ
อีกหน่อยพลอยก็จะย้ายที่ทำงาน ย้ายตึก
(ที่บริษัทเค้าย้ายตึกเองพลอยไม่ได้ลาออก ย้ายที่ทำงานอย่างที่เค้าฮิตกันแต่อย่างใด
แต่ไอ้เค้าฮิตที่ว่ากันนี่ตอนนี้ก็เห็นว่ามีอยู่ 2 คน คือมด และอั๋น ตามลำดับ)
เพื่อนๆ นี่ช่างไฟแรงกันจริงๆ นั่งเฉยๆไม่ค่อยมีงานทำก็ลาออกดีก่า ไปหาอะไรที่มันมีงานให้ทำดีก่า ^^
 
นอกจากแถบที่ทำงานจะเพื่อนเยอะแล้ว ตัวบริษัทเองก็ยังมีเพื่อนทำด้วยอีก
นั่นก็คือคุณแก๊บนั่นเอง ใช่แล้วทำงานที่เดียวกะแก๊บนั่นแหละ
เป็นธนาคารของญี่ปุ่นชื่อ mizuho ก็ดีนะมีโอทีให้ด้วย (แก๊บนี่โปรโมทตรงนี้มาก)
วันนั้นแก๊บเล่าให้ฟังว่า "นี่นะเรานั่งตรงนี้ โต๊ะอ้ออยู่ตรงนี้"
ไอ้ตรงนี้ที่ว่าเนี่ยก็ตือ โต๊ะข้างๆแก๊บนั่นเอง คั่นกลางกันด้วยช่องทางเดินเท่านั้น
สรุปก็คือนั่งข้างๆกันนั่นแหละค่ะ
 
งานก็จะเริ่มวันที่ วันพฤหัสที่ 1 มิถุนายน ก็คือวันพฤหัสที่จาถึงนี่แล้ว
เร็วจังเนอะทำงาน ไม่รู้จะเป็นไงมั่งสิเนี่ย
ที่รู้แน่ๆอย่างนึงก็คือไปทำงานนี่จะได้เป็นสาวสวยที่สุดในแผนกแน่ๆ 555+
ทำไมน่ะเหรอก็เพราะว่าท่านชายแก๊บบอกว่าทั้งแผนกเป็นผู้ชายหมดเลยน่ะสิ
รับรองมองยังไงก็สวยแหงมๆ 555 แต่เค้าก็ว่าจะรับคนเพิ่มล่ะ ก็เป็นเด็กผู้หญิงนั่นแหละ
ถ้าได้เร็วๆก็ดีน่ะสิมีเพื่อนผู้หญิงอยู่ด้วยก็ดีกว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวอยู่แล้ว หุหุ
 
จบเท่านี้ดีก่า ไม่รู้จะเขียนอะไรต่อดี ไปดูองค์หญิงกำมะลอต่อดีก่านะ
4月18日

Love Love โฟร์-มด

วันนี้ได้ mv เพลงใหม่มา ชื่อเพลง love love ชุดใหม่ของโฟร์มดอ่ะ
ชุดนี้มดสวยขึ้นกว่าชุดที่แล้วเยอะ (มดที่ไม่ใช่มดปราลีนะ ไอ้มดปราลีน่ะแบนยังไงก็ยังไม่เปลี่ยน)
ฟังๆดู แล้วก็คิดๆ สงสัยจาคิดไปเอง รู้สึกว่าเพลงนี้มันออกแนว mm ยังไงไม่รู้ คงเป็นแบบ เพลงใสๆน่ารักๆ สดใสล่ะมั้ง (แต่เรื่องเต้นนี่ยังไงก็คงไม่เท่า mm) แต่ยังไงก็น่ารักนะ
 
ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมชุดนี้เค้าไม่ให้ 2 คนแต่งตัวออกมาแนวเดียวกันคือแบบว่า ดูแล้วก็คิดเอาเอง (อีกแล้ว) ว่า ชุดโฟร์ ออกแนวเด็กสยาม แต่ชุดมดโอนเอนไปทาง mm ... ทำไมเค้าไม่ให้ 2 คนแต่งคล้ายๆกันแนวเดียวกันทีตอนเฮ้อเธอ ยังคล้ายๆกันเลย (มีใครคิดยังงี้บ้างไหม)
 
ว่าแล้วก็ไปดู - ฟัง love love กันดีกว่าเนอะ
 
ปล. เขียนเพิ่มนิดหน่อยพึ่งจาเห็นว่าพิมพ์ไปเหมือนๆรีบๆพูดๆแล้วก็จากไป จริงๆอยากบอกว่าเพลงนี้น่ารักๆ
ท่าเต้นก็โอเค (แต่อยากให้เต้นน่ารักๆก่านี้อีกซักนิด อิอิ) ...~ โรคหัวใจกำเริบ เลิฟ~ โอ๊ยหัวใจกำเริบ เลิฟ ~ love you ~ เป็นแล้วในมันอ่อน ออน อยากจะอ้อนเธอน่าดู ช่วยมาดูแลรักษากันหน่อยเหอะ ~
3月29日

บ่นไปตามประสา

สงสัยว่าบล๊อกที่แล้วคงดองไว้นานได้ที่ เพราะมีเสียงท้วงมาเหมือนกันว่าอ้อไม่อัพเลยอ่ะ
หุหุ น้องลูกถ่านของเรานี่เองนะคะเพราะเธอว่า ช่วงนี้เธอมีภารกิจต้องอัพทุกวัน (มั้ง)
แหม ตาลอ่ะเรา...ขี้เกียจอ่ะ ก็เข้าใจอ่ะนะ คนเขียนใหม่ๆก็จะเห่อนะคะ 555
ตอนที่เริ่มเรียนไดอารี่ออนไลน์ใหม่ๆก็บ้าพลังอัพมันทุกวันเหมือนกัน (ประมาณ 2ปีได้แล้วมั้ง)
มาจนตอนนี้ความเห่อก็ลดลง จริงๆในใจก็อยากอัพอ่ะ แต่ได้แค่อยากอยู่ในใจ หุหุ
 
ช่วงนี้เรียนจบกันแล้วก็นั่งว่างๆอยู่กับบ้าน เห็นเพื่อนๆวุ่นวายหางานกัน
เอ...ทำไมเราไม่ไปวุ่นวายแบบเค้ามั่งน๊า
จะว่าไปก็อยากทำงานเหมือนกันนะ แต่ไม่รู้สิมันบอกไม่ถูกอ่ะ
จะให้พูดจริงๆคงเป็นเพราะกว่าจะรู้ตัวว่าไอ้ที่เรียนมามันไม่ใช่ก็ 4 ปีเข้าไปแล้วเหอๆ
จริงๆแล้วควรจะรู้ตัวตั้งกะตอนเลือกเรียนแล้วว่า รู้งี้เรียนสายศิลป์ดีก่า
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเราไม่เรียนวิทย์ ถ้าเราไม่เรียน IT เราก็คงไม่ได้เจอกะเพื่อนๆทุกคนแบบนี้จริงมะ
(เริ่มออกโหมดเน่าซะแล้วกลับมาๆ)
ยังไงก็ตามเรียนมาทางนี้ก็ต้องทำงานด้านนี้อ่ะนะ (จะให้ไปทำอย่างอื่นก็ใช่ที่)
ก็เลยยังดูเรื่อยๆเฉื่อยๆเกี่ยวกับการหางานอยู่
 
วันก่อนคุยกะป๊อกกี้ คุณเพื่อนก็บอกว่า เอ่อ อ้อนี่ก็ดีนะ เรื่อยๆสบายๆ ชิวๆดี
ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า สบายๆเกินไปรึเปล่า 555
แต่ก็เป็นยังงี้ล่ะนะ จาให้ทำไง
 
หัวข้อคราวที่แล้วขึ้นว่า "ความลับ" จริงๆในใจอยากอยากจะเขียนอีกเรื่องคู่กันให้หัวข้อมันฟังดูดี
ว่า "ความรัก" แต่ตอนนี้นึกไม่ออกว่าจาเขียนอะไรดี
(อารมณ์ตอนนั้นมันชวนให้อยากเขียน แต่ตอนนี้ไร้สาระแบบสุดๆ ไม่มีมู้ดเอาซะเลย)
ไว้รอระดับความน้ำเน่าถึงขีดก่อนค่อยเขียนละกัน ติดไว้ก่อน
 
ช่วงนี้สถานการณ์ในกรุงไม่ค่อยน่าไว้วางใจเท่าไร
อยากจะออกไปไหนๆ ก็ดูจะติดขัด (อดเที่ยวเลยเรา)
ทีแรกกะว่าจะเอาของไปให้เมย์ที่สีลม แล้วแวะไปงานหนังสือที่ศูนย์สิริกิตติ์
ตกเย็นจาไปหาพี่กวงที่สยาม ทุกเส้นทางเดินทางโดยรถไฟฟ้าแสนสบาย
แต่ดูเหมือนทุกเส้นทางอันตรายทั้งนั้นเลยเหอๆ ทั้งไม่ว่าจะเป็นสีลม รึสยาม เลยเก็บไว้ก่อนดีกว่า
รอซักอาทิตย์หน้าให้อะไรๆน่าจะสงบลงก่อนว่ากันดีกว่า
ช่วงนี้ใครเลี่ยงเข้ากรุงได้ก็เลี่ยงซะละกัน (ง่าๆแต่อยากไปงานหนังสืออ่ะ)
 
ขนาดแม่เราอยู่ห่างสยามมาพอประมาณยังโดนกะเค้าเลย ก็วันนี้มีม๊อบบุกไปที่แบงค์กรุงไทยค่ะ
ทีแรกมีขู่ด้วยว่าจาปิดล้อมตึกมะให้ใครเข้าออก แม่บอกว่า แม่ก็เข้าไปรูดบัตรแล้วก็ออก
แม่เลยกลับบ้านเร็วเลย เหอๆ เห็นแม่คุยโทรศัพท์เค้าว่า ส่งคนไปขอจรจากะม๊อบได้
พวกนั้นว่า เดี๋ยวจาไปที่ธนาคารอื่นต่อ ง่า...งี้ใครทำงานตึกไหนใหญ่ๆก็ร๊าวังๆละกาน
พวกนี้เค้าจะรู้ไหมนะว่าเค้าสร้างความเดือดร้อนให้กะคนอื่นเนี่ย
 
คนใกล้ตัวที่โดนความเดือดร้อนเข้าไปเต็มๆคือพี่กวง
เพราะต้องเดินสายสอนหนังสือเช้าปิ่นเกล้า บ่ายสยาม
ทีนี้ จากปิ่นเกล้ามาสยามภายใน 1 ชั่วโมงเที่ยงถึงบ่ายโมง
ปกติขับรถก็จาไม่ทันอยู่แล้ว อาทิตย์ก่อนก็เจอม๊อบแถวสนามหลวง
จากที่ควรจะถึงตั้งแต่บ่ายหรือก่อนบ่าย ก็มาถึงบ่ายกว่า-บ่ายครึ่ง
แล้วมาวันนี้เค้าจาบุกมาสยาม ตาพี่กวงเลยยิ่งแย่ใหญ่ มีการวางแผนล่วงหน้าเมื่อวานนี้ว่า
พรุ่งนี้พี่จาไม่เอารถไปล่ะ เดี่ยวจากปิ่นเกล้านะ จานั่งมอเตอร์ไซค์ตรงไปสยามเลย
อ่ะโห ทุ่มทุนขนาดนั้นเลยอ่ะ นั่งมอไซค์ข้ามกรุงเลย อันตรายๆ แต่ก็นะทำไงได้
แต่สรุปแล้วก็ไม่ได้นั่งมอไซค์หรอกค่ะ พอดีมีคนสอนคนอื่นเค้าก็ต้องจากปิ่นเกล้า-สยามเหมือนกัน
ได้โชคดีติดรถเค้าไปด้วยกัน
 
พี่กวงบอกว่าวันนี้นะอ้อที่จอดรถที่สยามโล่งมากเลย...มันน่าดีใจไหมเนี่ย
 
 
2月8日

ความลับ

"ความลับ" ใครๆก็อยากรู้ จริงไหมคะ?
ทั้งๆที่เค้าก็บอกแล้วว่ามันลับแต่นั่นล่ะ ธรรมดาของคน ยิ่งลับยิ่งอยากรู้
รู้แล้วได้อะไร เป็นประโยชน์กะตัวเองรึไหมก็ยังไม่รู้
แต่ว่า ถ้าได้เป็นหนึ่งในคนที่รู้ความลับด้วยก็คงจะดี (มั้ง)
 
ช่วงนี้เห็นคนรอบข้างทำตัวลึกลับ คงมีความลับ
เราเองไม่ค่อยได้สังเกตุ คงเพราะหมู่นี้ไม่ค่อยได้เจอใครๆ
ถึงได้เจอก็คงไม่ค่อยรู้ไรอยู่ดี ถ้าไม่มีคนมาเล่า ถ้าไม่มีคนมาถามคงไม่รู้เรื่อง
(ทำไมดิชั้นถึงชอบตกข่าว)
 
แต่ก็มีบางความลับที่ดูเหมือนทำไมเราชอบบังเอิญได้เข้าไปอยู่ในวงใน
มีเรื่องที่เราไม่ตกข่าวเหมือนกันแฮะ (น่าดีใจตรงไหนเนี่ย)
 
คนบางคนมีความลับ แต่ทำตัวเหมือนไม่อยากให้ลับ
ยึกๆยักๆ เพื่อนๆใช้คำว่า  "ยั่วให้อยากแล้วจากไป"
ไม่อยากให้รู้แล้วมายึกๆยักๆทำไมกันนะ
 
พอมีความลับมี คนอยากรู้ความลับ มีคนไม่อยากบอกความลับ
ก็เลยมีการถกปัญหาเรื่องเกี่ยวกับความลับ
ผลสรุปก็ได้คำตอบที่เดากันเอาเอง แต่น่าจะเชื่อถือได้ (มั้ง) ออกมา
แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเชื่อกันแบบ คิดว่าใช่แน่ๆ (ทั้งๆที่คิดกันเอาเองทั้งนั้น)
 
ทำไมกันนะทีเวลาเดาเรื่องอื่นอย่างข้อสอบหรือซื้อล๊อตเตอรี่
มันไม่เดาแม่น แล้วปักใจเชื่อกันยังงี้มั่ง
ถ้าทำได้จริง คงได้รวยกันแล้ว
 
พอพูดถึงความลับ วันนั้นคุยอะไรซักอย่างกะ โดราซอมบี้
(ที่เมื่อก่อนเคยเป็นปลาวาฬทราย)
บอกว่า อยากเป็นผู้กุมความลับกะเค้ามั่ง
โดราซอมบี้เลยบอกว่า เค้ามี...อยู่ตรงที่...
แม้จาเป็นความลับที่ "ไม่เห็นจะอยากรู้เลย"
แล้วก็เหมือนจะลืมๆไปแล้วด้วยว่าไอ้ จุดๆอ่ะคืออะไร
ที่สำคัญ มันเป็นความลับที่เจ้าตัวก็คงพูดไปงั้นๆเพื่อให้มันฟังขำๆตามไสตล์
แต่อย่างน้อยเราก็ไม่ตกข่าวแล้ว เย้ๆ
 
คิดไปคิดมาก็ชักอยากมีความลับกะเค้ามั่ง
แล้วมาบอกแบบ ยั่วให้อยากแล้วจากไป
เผื่อจะเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนๆได้เพิ่มอีก
นอกจากน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ (น่าดีใจตรงไหนกัน)
 
พูดถึงความลับ ก็คงต้องมีการพิสูจน์ความลับ เสาะหาเงื่อนงำกันต่อไป
รู้ก็ยังงั้น ไม่รู้ก็ยังงั้น(ไม่รู้ก็อยากรู้กันตะหาก)
แต่ไม่ว่าเงื่อนงำจะมีกี่อย่างก็ตาม ความจริงต้องมีเพียงหนึ่ง
(เราคงฟังนุ่นกะนัชมากเกินไป เลยกลายเป็นโรคนักสืบคิวลิซึ่มไปอีกคนซะแล้ว)
 
ถึงยังไงแม้เราจะไม่รู้ความลับ รึยังไม่ได้พิสูจน์ความลับ
ซักวันเมื่อถึงเวลา ถ้าเรามีโอกาสจะได้รู้ เราก็คงจะรู้ได้เอง
(รู้ได้ไงฟระไม่ได้นั่งทางในเป็นหมอดูซะหน่อย)
แต่ก็เอาเถอะ "คนบนฟ้าเค้ากำหนดมาแล้วว่าจะให้อะไรเป็นยังไง
รึจะให้ใครคู่กะใคร"
(นี่เป็นคำพูดที่แม่ เอาไว้พูดบอกกะป้าตอนที่ได้ลูกสะใภ้ไม่ถูกใจว่า คนข้างบนเค้ากำหนดมาแล้ว)
 
จบเท่านี้ดีกว่า เดี๋ยววันนี้เขียนยาว จามีคนมาแอบแซวอีก (วันนี้ไม่ยาวนะจ๊ะ แค่เยอะเท่านั้นเอง อิอิ)
 
ปล.
1. ก็หวังว่าซักวันจะเลิกตกข่าว
2. ซักวันเราจะมีความลับมาบอกมั่ง
3. บลีอกวันนี้ดูออกนะแนวเพ้อเจ้อไปตามอารมณ์ (เอ๊ะ ก็เพ้อเจ้อทุกทีนี่หว่า)
 
 
1月31日

เรียน DBA

คราวก่อนบอกเอาไว้ว่าเขียนสั้นๆ ทำไมหลายเสียงท้วงติงว่า นี่สั้นแล้วเหรอ แหมคุณๆขา ยังงั้นอ่ะสั้นสุดๆแล้วนะ ถ้าสั้นกว่านั้นก็ไม่รู้เรื่องกันพอดี ปกติเขียนยาวกว่านั้นเยอะ แต่เราว่า ขนาดก็กำลังพอดีๆนะ ไม่สั้นมาก - ยาวมาก มะก่อนเขียนได้แต่ยาวๆ เพราะพอเริ่มพิมพ์ทีไรเพลินทุกที หุหุ
 
แอบมาอัพตอนเรียน DBA ก็ไม่ได้แอบหรอก ทำกันซึ่งๆหน้า วันนี้ (ช่วงนี้) ไม่ค่อยจะมีอารมณ์จะเรียนเอาซะเลยไม่รู้ทำไม โรคขี้เกียจกำลังจะคืบคลานเข้ามาอีกแล้ว คาดว่าเพื่อนๆก็คงจะเป็นเหมือนๆกัน ขนาดวันก่อนเค้าให้ไปนั่งฟังเฉยๆในโรงยิมยังหาทางโดดออกมากันได้เลย คิดดูสิ ...
 
ร้องคาราโอเกะที่ร้าน Big eco สะกดยังงี้รึเปล่าหว่าจำไม่ได้ ตรงตึกเคี่ยนหงวน ก็ดีเหมือนกันอ่ะนะ แต่ว่าแพงแฮะ ดีนะที่บัตรนักศึกษาลด 50% ไม่งั้นคงไม่ไปร้องกันแน่ๆ  มาเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็สงสัยว่าร้องกันตั้งนานไม่สั่งน้ำ รึสั่งอะไรมากินกันมั่งเหรอ เราก็ว่า ร้านพวกนี้ไม่ว่าที่ไหน แม้แต่เมเจอร์ที่ไปร้องกันประจำ ก็ไม่ได้เงินจากพวกเราค่าน้ำ 555 (เพราะแอบซื้อข้างนอกเอาเข้าไปกันเอง) ก็แหม ร้านพวกนี้ค่าน้ำมันแพงนา...แม่ก็ว่า พวกนี้เค้าเปิดร้านส่วนใหญ่ก็หวังค่าดริ๊ง แต่เด็กพวกนี้นี่เค็ม (อ่านะแม่จ๋า)
 
ช่วงนี้ก็ตรุษจีน ได้อั่งเปากันตามปกติ ทำไมไม่ได้เพิ่มขึ้นมั่งนะคาดว่าเงินที่มีๆ กำลังถูกใช้หมดไปในเร็ววันเพราะรู้สึกอยากช๊อปปิ้ง 555 วันนี้ก็ยังคิดๆ ว่าจะไปดัดผมอ่ะ ร้าน q cut ที่หลินไปทำมา มันจาหมดโปรโมชั่นดัดถูกวันนี้แล้วนา ตกลงทำรึไม่ทำดีว๊า... ทีแรกกะจะทำก็จะทำสีด้วย แต่ตาพี่กวงบอกว่า อย่าทำเลยสีอ่ะพี่ที่ติวเตอร์ไปทำมา คือหยิกๆแล้วก็มีสีด้วยตาพี่กวงว่าเหมือนชิทสุ (ง่ะเหมือนตรงไหนกันชิทสุไม่ขนหยิกซะหน่อย เราว่ามันอยู่ที่สีที่เค้าเลือกมากกว่าล่ะมั้ง) ... ตากวงบอกว่า มันเหมือนตรงที่ ชิทสุมันก็หยิกๆหน่อยแล้วก็มีสีด้วยอ่ะดิ ... เหมือนหมาพี่ก๊อต (พี่ก๊อตคือเจ้าของหอที่พี่กวงพักอยู่ มีเจ้าลูกหมา (ก็คงไม่ลูกแล้วอ่ะ) ปากเปราะ 2 ตัวชื่อ เชสเตอร์ (กริล) กับ เพิร์ล (ฮาร์เบอร์) ชื่อเท่ปะล่ะ)
 
วันนี้คงเขียนได้เท่านี้ก่อน ไม่ใช่ว่าเราเขียนจบแล้วนะ แต่พอแล้วก็ได้ หลินรอมาชวนออกไปกินหนมอยู่
หลินกะตาล บ่นบอกว่า เขียนไรยาวๆ ไม่จริงซะหน่อย นี่มันขนาดปกติตะหาก  (แต่ปกติบางทีก็ยาวกว่านี้นะ หุหุ) เพราะงั้นคราวก่อนที่บอกว่าสั้นแล้วก็ถูกต้องแล้วล่ะไม่ต้องสงสัยกัน เหอๆ